"บอกใจตัวเองว่าอย่าว่าอย่ามากมาย อย่าไปให้ท้ายหัวใจจนคุมไม่อยู่"
เสียงเพลง อย่ามากมาย ของวง SisKa
กรอกเข้าหูผมผ่านทางสายไฟฟ้าจากเครื่องเล่น mp3 ตัวโปรด
พร้อมกับสาวเท้าออกจากห้องพักเพื่อทำหน้าที่พลเมืองดีสักครั้งกับเค้าบ้าง
ผมเริ่มต้นวันไหม่ด้วยบ๊ะจ่างหนึ่งลูกกับน้ำชาหนึ่งขวดขณะอยู่บนสะพานลอย
เดินทางสู่ป้ายรถเมล์สาย 509 ที่หน้าโรงพยาบาลราชวิถี
ผ่านสายธารของผู้คนมากมายที่ต่างก็ออกไปทำหน้าที่ของพลเมืองที่ดีกันทั้งสิ้น
"กลับหอดีกว่ามั้ง" ผมคิดในใจขณะลากร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้าไปเรื่อยๆ
"เอาน่ะ ไหนๆก็ออกมาแล้ว" เสียงจิตใจฝ่ายดีมันท้วงติงเอาไว้
รู้ตัวอีกทีผมก็ยืนอยู่บนรถเมล์สาย 509 ซะแล้ว
นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้ขึ้นรถเมล์
นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้โหนรถเมล์
นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยความรู้สึกแบบนี้
.
.
.
จุดมุ่งหมายของผมอยู่ที่โรงเรียนชาติศึกษา แถวๆบางกอกใหญ่
"แม่ง!!! ที่ไหนวะ กูไม่เคยไป"
ผมบ่นกับตัวเองขณะที่ยืนรอรถเมล์สายไหม่ที่น้องป่าน เจ้าน้องสาวตัวดี
ที่แทบไม่ได้จะคุยกันมานานแล้วบอกทางมา
.
.
.
หลังจากที่ทำหน้าที่พลเมืองดีเสร็จผมคำนวนเส้นทางกลับหอในหัว
ตอนนั้นในหัวผมมันดูยุ่งเหยิงไปหมด
ทุกเรื่องราวมันผสมปนเป จนจับทิศทางไม่ได้เลย
.
.
.
ในที่สุดผมก็กำลังนั่งโยกเยกอยู่บนเรือข้ามฝากมุ่งสู่ท่าพระจันทร์
"มะปราง นี่พี่เมฆนะ" ผมส่งเสียงถึงน้องรหัสเจ้ากรรมที่คงต้องมารับเคราะห์
พาผมเที่ยวท่าพระจันทร์ในวันนี้ เนื่องด้วยเพราะเธอเรียนนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์
จึงเป็นผู้ชำนิชำนาญทางอยู่ที่นี่หนะสิ
"พี่เมฆรอก่อนนะ เด๋วปรางไป คงถึงสักบ่ายโมงนะ" เธอตอบกลับมาด้วยเสียงที่สดใสเหมือนทุกครั้ง
ผมดูนาฬิกา "เที่ยงตรง" นั่นแปลว่าผมคงต้องนั่งเฉยๆอีกตั้ง 1 ชม. หรือนี่
ผมเบนเข็มมุ่งเข้าสู่ร้านนายอินทร์ หาหนังสืออ่านสักเล่มฆ่าเวลาดีกว่า
ผมตั้งใจจะซื้อหนังสือสักเล่ม แต่ตอนเดินออกมาดันมีติดมือออกมา 3 เล่มหนะสิ
ตั้มกับญี่ปุ่น - วิศุทธิ์ พรนิมิตร
นวนิยายมีมือ - นิ้วกลม
Dear Dakanda กล่องไปรษณีย์สีแดง - อภิชาติ เพชรลีลา
(แน่นอนว่าไม่มี World&Earth ของเฮียเส่ง เพราะมันไม่มีขายนี่นา)
ครึ่งชม. ผ่านไป ผมอ่าน ตั้มกับญี่ปุ่นจบ มะปรางยังไม่มา
ผมเปลี่ยนมานั่งครุ่นคิดกับเรื่องราววุ่นๆของผมอีกครั้ง
เวลาของผมเดินไปช้าๆ
โดยมีฉากหลังเป็นต้นโพธิ์ใหญ่หน้าคณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์
ผู้คนมากมายเดินผ่านผมไป โดนที่ผมไม่รู้ตัวเลย
"พี่เมฆ รอนานไหม" ผมเงยหน้าตอบรับเสียงนั้น บ่ายโมงสี่สิบนาที
"ขอโทษนะ ให้รอซะนานเลย เหนื่อยไหมกินข้าวหรือยัง"
ความเป็นห่วงเป็นใยของมะปรางกระชากผมกลับมาจากห้วงภวังค์ของผม
ชีวิตผมรู้สึกชุ่มชื่นขึ้นมาซะเฉยๆ บางทีคำพูดง่ายๆแบบนี้
มันก็ทำให้เรารู้สึกดีได้นะครับ หรือเพราะผมไม่ค่อยจะได้ยินมันก็ไม่รู้สินะ
เราเดินเที่ยวด้วยกัน ผ่านวัดพระแก้ว สู่พระบรมมหาราชวัง และหยุดที่สวนสราญรมย์
ผมหยุดพักที่นี่ และคงเป็นที่สุดท้ายสำหรับวันนี้ก่อนกลับบ้าน
ผมปล่อยใจของผมล่องลอยไปตามสายลมที่พัดผ่าน ใบไม้ที่ร่วงหล่น
เหมือนมะปรางจะจับความรู้สึกของผมในตอนนั้นได้
เธอจึงนั่งเฉยๆ ไม่พูดอะไร ผมรับรู้ได้ ว่าเธอคงเป็นห่วงผม
ห่วงไอ้พี่รหัสเฮงซวย ที่ลากเธอออกมาแล้วทำหน้าเศร้าใส่
แต่เธอก็ไม่ได้ พูดสิ่งใดออกมาเลย
ในที่สุดมันก็คงถึงเวลาแล้วกระมัง
เวลาที่การเดินทางของผมในวันนี้จะจบลง
ผมแยกกับมะปรางที่หน้าพาต้า
พาร่างและใจอันเหนื่อยอ่อนก้าวขึ้น 509 อีกครั้ง
บ๊ายบาย วันอันแสนดี และความห่วงใยของเธอ
ขอบคุณนะมะปราง ขอบคุณจริงๆ
ตรงนั้นเป็นลานโพธิ์ ที่วีรชนตายเป็นเบือเชียวนะครับ