.
.
.
ผมวางนิ้วของผมลงบนสวิทไฟบนผนังห้องช้าๆ
"แกร๊ก"
แสงไฟทุกอย่างภายในห้องพลันหายไป
เป็นสัญญาณการสิ้นสุดวันอันเหนื่อยล้าของผมสักที
.
.
.
"เราควรให้เวลากับตัวเองบ้าง แม้เพียงการพักผ่อนสักนิดก็ยังดี"
ผมคิดในใจพลางทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนอันแข็งกระด้างของผม
.
.
.
เวลาผ่านไปนานเพียงไรผมไม่อาจตอบได้
สติสัมปชัญญะของผมเริ่มเลือนหายไป...
ทีละนิด...
ที่ละนิด......
แกร๊ก...
เสียงอันแผ่วเบาในค่ำคืนคริสมาสอีพที่แสนเงียบสงบ
ปลุกผมจากภวังค์...
ผมพยายามมองแหวกผ่านความมืดมิดไปยังหน้าต่างห้อง
แต่เหมือนสายตาของผมจะสะดุดเข้ากับอะไรสักอย่างที่บดบังแสงที่ลอดเข้ามา
"เฮ้ย... นั่นใครหนะ"
ผมอุทานด้วยความตกใจหลังจากพิจารณาความเป็นไปได้ของสิ่งสิ่งนั้น
และแน่นอน มันคือเงาของมนุษย์
ชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ อ้วนท้วนสมบูรณ์
แต่ผมไม่สามารถมองเห็นหน้าของเค้าได้จากมุมมองที่ย้อนแสงแบบนี้
"ขอโทษนะพ่อหนุ่ม ชั้นทำให้เธอตื่นหรือ?"
เสียงอันอบอุ่นของชายชราถามผมด้วยความเป็นห่วง
เสียงนั้นมันฟังดูช่างแสนดีและอบอุ่นราวกับโอบอุ้มผมอยู่ก็ไม่ปาน
"ซานต้า?" ผมถาม
ผมเลิกเชื่อเรื่องชานตาคลอสตั้งแต่อายุสัก 8 ขวบได้มั้ง
ของขวัญชิ้นสุดท้ายจากลุงซานต้าผูแสนดีของผมคือรถบังคับวิทยุสีแดงคันหนึ่ง
(ถ้าผมจำไม่ผิดอ่ะนะ)
"...." คุณลุงไม่ตอบกลับมา เพียงแต่พยักหน้ารับคำผมสองครั้ง
โอ้แม่เจ้า เรื่องจริงหรือฝันไป ผมได้พบกับลุงซานต้า...
"ห้องนี้ไม่มีปล่องไฟ ลุงเข้ามาได้ไง" ผมถาม
"..." ลุงไม่ตอบแต่ชี้ออกไปที่หน้าต่างที่เปิดอยู่
ผมมองเห็นเลื่อนลอยฟ้าและกวางเรนเดียร์อยู่ข้างนอกนั่น
"เธออยากได้ของขวัญอะไรไหม" เขาถามผมอีกครั้ง
"ผมไม่รู้สิ ลุงก็รู้ไม่มีถุงเท้าสักข้างที่หน้าต่าง"
"แต่ชั้นรู้ว่าว่าเธออยากได้ ชั้นถึงได้มาอยู่ที่นี่ไงหละ"
"......." ผมพูดไม่ถูกแฮะ
"ขอมาสิ ถ้าไม่เกินกำลังชั้นอาจจะให้เธอได้"
"...ความรักและความเข้าใจมั้งครับ" ผมตอบกลับไปพร้อมๆน้ำตาที่ไหลโดยไม่รู้ตัว
ลุงซานต้าไม่ตอบอะไรกับคำขอของผมเลยแม้แต่คำเดียว มันคงจะยากเกินไปละมั้ง
แต่แล้วลุงก็หยิบกล่องใบเล็กๆ ออกมาจากถุงสีแดงใบใหญ่ที่ลุงแบกอยู่
"ความรักและความเข้าใจมันอยู่ในกล่องใบนี้เหรอครับ"
"เรื่องนั้นมันขึ้นอยู่กับตัวเธอเองมากกว่า พ่อหนุ่ม" ลุงตอบ "สุขสันต์วันคริสมาส"
ลุงพูดจบก็ปีนออกจากหน้าต่างห้องขึ้นรถเลื่อนขับออกไป
ลุงคงจะมีหน้าที่มากมายที่ต้องไปมอบของขวัญให้กับเด็กๆทั่วโลก
ผมวิ่งมาที่หน้าต่าง มองออกไปก็ไม่เห็นลุงแล้ว
คืนนี้ท้องฟ้าช่างดูเงียบเหงา
ไม่มีดาวสักดวงที่มีแสงกล้าแกร่งพอที่จะสู้แสงไฟของกรุงเทพมหานครได้กระมัง
ผมก้มลงมองกล่องใบเล็กในมือผม คราบน้ำตายังคงติดอยู่บนใบหน้า
ผมบรรจงเปิดมันออกช้าๆ แน่สิของขวัญจากลุงซานต้าตัวจริงเชียวนะ
ภายในกล่องอันเบาหวิว ดูเหมือนจะว่างเปล่า
ผมผิดหวังเล็กน้อยแฮะ
"แน่สิ ความรักและความเข้าใจจะมาอยู่ในกล่องได้ยังไงฟะ" ผมคิดในใจ
ผมเดินกลับมาบนเตียงโยนกล่องลงไปอย่างไม่แยแส
แต่แล้ว "ผ้าเช็ดหน้า" ผืนหนึ่งกลับกระเด็นออกมาจากกล่องราวกับมีสปริงติดอยู่
ผมคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นขี้นมาพิจารณาดูอย่างถี่ถ้วน
"ผ้าเช็ดหน้าธรรมดา" ผืนสีขาวไม่มีลวดลายใดๆอยู่เลย
ผมถึงไม่เห้นมันตอนมองเข้าไปในกล่องครั้งแรก
ผมหยิบกล่องของลุงซานต้าขี้นมาอีกครั้ง
"พ่อหนุ่ม ความรักและความเข้าใจหนะ ชั้นคงมอบให้เธอไม่ได้หรอก
เพราะของสองสิ่งนี้ถ้าเธออยากจะได้รับ เธอคงต้องเป็นฝ่ายมอบให้กับผู้อื่นก่อน
แต่ชั้นคงได้แต่มอบผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ให้กับเธอ ยามใดที่เธอเสียใจท้อแท้
ชั้นก็ได้แต่หวังว่า ผ้าเช็ดหน้าของชั้น จะเป็นที่ซับน้ำตาให้เธอหายเจ็บ
และเป็นกำลังใจให้เธอได้ก้าวเดินต่อไปนะพ่อหนุ่ม"
ลุงซานต้า
ข้อความเหล่านี้เขียนอยู่ก้นกล่อง
ผมมองข้ามมันไป เพราะผมมัวแต่มองหาของขวัญจากคุณลุง
โดยไม่ได้รู้เลยว่า แท้จริงแล้วลุงได้ให้สิ่งที่พิเศษที่สุดกับผมมาแล้ว
และบางทีผมอาจจะมองข้ามความห่วงใยจากทุกๆคนที่ให้ผมมาในยามที่ผมท้อแท้
แต่เพราะลุงซานต้า...ลุงผู้แสนดี ทำให้ผมได้พบว่า
"แท้จริงแล้วยังมีคนที่คอยเป็นกำลังใจให้ผมอีกมากมาย มากมายจริงๆ"
"ขอบคุณครับ สำหรับทุกกำลังใจ ที่ถึงแม้ผมจะมองข้ามไปบ้าง แต่ก็ขอบคุณจริงๆ"
สุขสันต์วันคริสมาส แด่ทุกๆท่านครับ
มีความสุขได้ตามที่ใจคิด และตามอัตภาพของตัวเองนะครับ.. อย่าขวนขวายหามากนัก เพราะยิ่งขวนขวายก็มักจะไม่เจอครับ บางสิ่งบางอย่างก็อยู่ใกล้ตัวมากๆ ลองนิ่งสงบดูสักพักก็จะเห็นเองครับ